วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ใบงานที่ 3 Firefox
ใบงานที่ 3
โครงการไฟร์ฟอกซ์ริเริ่มโดย เดฟ ไฮแอตต์ และ เบลก รอสส์ จากแนวความคิดการสร้างซอฟต์แวร์แยกย่อยมาจากโครงการมอซิลลา โดยตั้งใจพัฒนาโปรแกรมเดี่ยวที่ทำงานมุ่งเน้นสำหรับเป็นเว็บเบราว์เซอร์แยก ออกมาจากโปรแกรมชุดมอซิลลา (Mozilla Suite) โดยในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2546 มูลนิธิมอซิลลาได้ประกาศแผนการพัฒนามุ่งเน้นไปที่ไฟร์ฟอกซ์และทัน เดอร์เบิร์ดแทนที่โปรแกรมชุดมอซิลลา ชื่อโครงการได้มีการเปลี่ยนชื่อ หลายครั้งกว่าจะมาเป็นไฟร์ฟอกซ์ ซึ่งเริ่มต้นที่ชื่อ "ฟีนิกซ์" (Phoenix) ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนภายหลังจากมีปัญหาในด้านเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ฟีนิกซ์เทคโนโลยีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไบออส โดยเปลี่ยนมาเป็นชื่อ"ไฟร์เบิร์ด" (Firebird) และอีกครั้งได้มีปัญหาชื่อซ้ำซ้อนกับระบบจัดการฐานข้อมูลไฟร์เบิร์ด และในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ทางมูลนิธิมอซิลลาได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งมาเป็น "ไฟร์ฟอกซ์" (Firefox) โดยใช้ชื่อย่อว่า Fx หรือ fx
ประวัติของโปรแกรม Mozilla Firefox
โครงการไฟร์ฟอกซ์ริเริ่มโดย เดฟ ไฮแอตต์ และ เบลก รอสส์ จากแนวความคิดการสร้างซอฟต์แวร์แยกย่อยมาจากโครงการมอซิลลา โดยตั้งใจพัฒนาโปรแกรมเดี่ยวที่ทำงานมุ่งเน้นสำหรับเป็นเว็บเบราว์เซอร์แยก ออกมาจากโปรแกรมชุดมอซิลลา (Mozilla Suite) โดยในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2546 มูลนิธิมอซิลลาได้ประกาศแผนการพัฒนามุ่งเน้นไปที่ไฟร์ฟอกซ์และทัน เดอร์เบิร์ดแทนที่โปรแกรมชุดมอซิลลา ชื่อโครงการได้มีการเปลี่ยนชื่อ หลายครั้งกว่าจะมาเป็นไฟร์ฟอกซ์ ซึ่งเริ่มต้นที่ชื่อ "ฟีนิกซ์" (Phoenix) ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนภายหลังจากมีปัญหาในด้านเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ฟีนิกซ์เทคโนโลยีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไบออส โดยเปลี่ยนมาเป็นชื่อ"ไฟร์เบิร์ด" (Firebird) และอีกครั้งได้มีปัญหาชื่อซ้ำซ้อนกับระบบจัดการฐานข้อมูลไฟร์เบิร์ด และในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ทางมูลนิธิมอซิลลาได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งมาเป็น "ไฟร์ฟอกซ์" (Firefox) โดยใช้ชื่อย่อว่า Fx หรือ fx
ไฟร์ฟอกซ์ 1.0 ได้เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2547 โดยระหว่างนั้นได้มีการปรับแก้ตลอดเวลารวมถึงเพิ่มระบบความปลอดภัยให้กับตัว ซอฟต์แวร์ โดยรุ่นถัดมาคือ ไฟร์ฟอกซ์ 1.5 ที่ออกมาเมื่อ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548และตามมาด้วย ไฟร์ฟอกซ์ 2 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งในปัจจุบันไฟร์ฟอกซ์ 3กำลังอยู่ในขั้นทดสอบ
ผู้นำโครงการ ปัจจุบันคือ เบน กูดเจอร์ (Ben Goodger - ปัจจุบันเป็นพนักงานของกูเกิล แต่ยังคงทำหน้าที่นี้อยู่) ปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไปมากกว่า 100 ล้านชุด และปริมาณการใช้ในแถบยุโรปสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศฟินแลนด์
ผู้นำโครงการ ปัจจุบันคือ เบน กูดเจอร์ (Ben Goodger - ปัจจุบันเป็นพนักงานของกูเกิล แต่ยังคงทำหน้าที่นี้อยู่) ปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไปมากกว่า 100 ล้านชุด และปริมาณการใช้ในแถบยุโรปสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศฟินแลนด์
วิธีการใช้งานโปรแกรม Firefox เบื้องต้น
แนะนำ Firefox แบบพื้น ๆ
หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการติดตั้ง Firefox มาแล้ว รูปร่างหน้าตา เมนู และปุ่มอาจดูแปลกตาไปบ้าง เช่น เมนู Bookmark ของ Firefox คือ Favorite ของ Internet Explorer นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดที่เหลือ ซึ่งจะแสดงดังรูป
หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการติดตั้ง Firefox มาแล้ว รูปร่างหน้าตา เมนู และปุ่มอาจดูแปลกตาไปบ้าง เช่น เมนู Bookmark ของ Firefox คือ Favorite ของ Internet Explorer นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดที่เหลือ ซึ่งจะแสดงดังรูป
Search Bar แถบที่ทำให้ค้นหาข้อมูลได้สะดวกขึ้น
สำหรับท่านที่ยังไม่เคยใช้ Firefox หรือ Internet Explorer มาก่อน จะเห็นว่าตรง Address bar จะมีการแบ่งเพื่อใส่ Search bar ไปด้วย ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่คุ้นเคย แต่ว่าเจ้าตัวนี้แหละที่จะทำให้คุณค้นหาข้อมูลจากเว็บได้สะดวกขึ้น เพราะเพียงแค่พิมพ์ คำค้นหา ที่ต้องการใส่ในช่อง Search bar นี้แหละ จากนั้น Firefox ก็จะทำการค้นหาจาก Google ให้ทันที นับว่าสะดวกจริง ๆ
Address Bar ธรรมดา แต่ !!! ไม่ธรรมดา
จริง ๆ เราอาจเห็นว่ามันเป็นแค่ ช่องที่มีไว้ให้ป้อน ที่อยู่เว็บ เหมือนโปรแกรมทั่ว ๆ ไป ที่แสนจะธรรมดา หากคุณคิดแบบนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ไม่ผิด ไม่มีคนค้านคุณด้วย แต่หลังจาก Firefox 1.0 เป็นต้นมา คุณสามารถพิมพ์ชื่อเว็บเป็นภาษาไทยได้ เช่น พิมพ์คำว่า กิมหยง Firefox ก็จะเปิดเว็บ www.gimyong.com มาให้ นี่คือความสามารถ ที่ทำให้ Firefox สามารถพิมพ์ชื่อเว็บภาษาไทย
Tab Browser ความสะดวกในหน้าต่างเดียว
ความสะดวกอีกอย่างของ Firefox คือ Tab ที่ทำให้สะดวกหากเปิดเว็บพร้อม ๆ กันหลาย ๆ เว็บในหน้าต่างบานเดียว คุณไม่ต้องเปิดโปรแกรม ท่องเว็บหลาย ๆ ครั้งเพื่อเปิดหลาย ๆ เว็บ ในหัวข้อนี้มี Clip Video จากเว็บ www.firefoxflicks.com มาให้ดูกับ อาจทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น คลิกเพื่อชม Clip Video
การปรับแต่ง Firefox เอา Bookmarks Toolbar ออก
เริ่มต้นของ Firefox จะมี Bookmarks Toolsbar มาด้วย (แถบที่อยู่ในกรอบสีแดง) แต่หากคุณไม่ชอบมัน ต้องการจะเอาออกทำให้มีพื้นที่ ดูเนื้อหาเว็บเพิ่มขึ้น รูปซ้ายจะมี Bookmarks Toolbar ส่วนรูปขวา เป็นรูปที่เอา Bookmarks Toolbar ออกแล้ว

วิธีการปรับ ให้คลิก เมนู View ----> Toolsbar ----> Bookmarks Toolbar ดังรูป

การปรับแต่งให้ Icons บน Toolsbar มีขนาดเล็ก
หากต้องการปรับแต่ง Icons บน Toolbar จากที่มีขนาดใหญ่ ให้เหลือขนาดเล็ก ๆ กระทัดรัด คุณสามารถปรับได้ด้วยวิธีง่าย ๆ
เริ่มต้น คลิกที่ View -----> Toolbars -----> Customize

จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง Customize Toolbar ให้คลิกตรง Use Small Icons ดังรูป

Icons บน Toolbar ก็จะมีขนาดเล็กลง รูปซ้ายเป็น Icons ก่อนปรับจะมีขนาดมาตรฐาน รูปขวามือ Icons หลังจากปรับขนาดแล้ว

หลังการปรับแต่ง Icons ให้มีขนาดเล็กลงแล้ว ทำให้เรามีพื้นที่แสดงเนื้อหาเว็บ เพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ Firefox ดูเล็กกระทัดรัดขึ้นด้วย
สำหรับท่านที่ยังไม่เคยใช้ Firefox หรือ Internet Explorer มาก่อน จะเห็นว่าตรง Address bar จะมีการแบ่งเพื่อใส่ Search bar ไปด้วย ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่คุ้นเคย แต่ว่าเจ้าตัวนี้แหละที่จะทำให้คุณค้นหาข้อมูลจากเว็บได้สะดวกขึ้น เพราะเพียงแค่พิมพ์ คำค้นหา ที่ต้องการใส่ในช่อง Search bar นี้แหละ จากนั้น Firefox ก็จะทำการค้นหาจาก Google ให้ทันที นับว่าสะดวกจริง ๆ
Address Bar ธรรมดา แต่ !!! ไม่ธรรมดา
จริง ๆ เราอาจเห็นว่ามันเป็นแค่ ช่องที่มีไว้ให้ป้อน ที่อยู่เว็บ เหมือนโปรแกรมทั่ว ๆ ไป ที่แสนจะธรรมดา หากคุณคิดแบบนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ไม่ผิด ไม่มีคนค้านคุณด้วย แต่หลังจาก Firefox 1.0 เป็นต้นมา คุณสามารถพิมพ์ชื่อเว็บเป็นภาษาไทยได้ เช่น พิมพ์คำว่า กิมหยง Firefox ก็จะเปิดเว็บ www.gimyong.com มาให้ นี่คือความสามารถ ที่ทำให้ Firefox สามารถพิมพ์ชื่อเว็บภาษาไทย
Tab Browser ความสะดวกในหน้าต่างเดียว
ความสะดวกอีกอย่างของ Firefox คือ Tab ที่ทำให้สะดวกหากเปิดเว็บพร้อม ๆ กันหลาย ๆ เว็บในหน้าต่างบานเดียว คุณไม่ต้องเปิดโปรแกรม ท่องเว็บหลาย ๆ ครั้งเพื่อเปิดหลาย ๆ เว็บ ในหัวข้อนี้มี Clip Video จากเว็บ www.firefoxflicks.com มาให้ดูกับ อาจทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น คลิกเพื่อชม Clip Video
การปรับแต่ง Firefox เอา Bookmarks Toolbar ออก
เริ่มต้นของ Firefox จะมี Bookmarks Toolsbar มาด้วย (แถบที่อยู่ในกรอบสีแดง) แต่หากคุณไม่ชอบมัน ต้องการจะเอาออกทำให้มีพื้นที่ ดูเนื้อหาเว็บเพิ่มขึ้น รูปซ้ายจะมี Bookmarks Toolbar ส่วนรูปขวา เป็นรูปที่เอา Bookmarks Toolbar ออกแล้ว

วิธีการปรับ ให้คลิก เมนู View ----> Toolsbar ----> Bookmarks Toolbar ดังรูป

การปรับแต่งให้ Icons บน Toolsbar มีขนาดเล็ก
หากต้องการปรับแต่ง Icons บน Toolbar จากที่มีขนาดใหญ่ ให้เหลือขนาดเล็ก ๆ กระทัดรัด คุณสามารถปรับได้ด้วยวิธีง่าย ๆ
เริ่มต้น คลิกที่ View -----> Toolbars -----> Customize

จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง Customize Toolbar ให้คลิกตรง Use Small Icons ดังรูป

Icons บน Toolbar ก็จะมีขนาดเล็กลง รูปซ้ายเป็น Icons ก่อนปรับจะมีขนาดมาตรฐาน รูปขวามือ Icons หลังจากปรับขนาดแล้ว

หลังการปรับแต่ง Icons ให้มีขนาดเล็กลงแล้ว ทำให้เรามีพื้นที่แสดงเนื้อหาเว็บ เพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ Firefox ดูเล็กกระทัดรัดขึ้นด้วย
การปรับเปลี่ยนเว็บเริ่มต้น (Home Page) ของ Firefox
จะสังเกตได้ว่า พอเราเปิด Firefox ขึ้นมานั้น จะมีหน้า Firefox Start ของ Google ขึ้นมาทุกครั้ง หากต้องการเปลี่ยนเป็นเว็บอื่น หรือไม่ต้องการ ให้ Firefox เปิดหน้าใดใด ขึ้นมาเลยก็สามารถทำได้ โดยการคลิก Tools -----> Options . . . จะปรากฎหน้าต่าง Options ดังรูป

หากต้องการให้ Firefox เปิดแต่หน้าว่าง ๆ ขึ้นมา ให้เราปรับ ช่อง When Firefox starts เป็น Show a blank page แต่หากต้องการ ปรับให้ Firefox เปิดตามหน้าที่เราต้องการ ก็สามารถทำได้โดยการ เลือก ช่อง When Firefox starts เป็น Show my home page จากนั้นก็ป้อนที่อยู่เว็บ URL ในช่อง Home Page
จะสังเกตได้ว่า พอเราเปิด Firefox ขึ้นมานั้น จะมีหน้า Firefox Start ของ Google ขึ้นมาทุกครั้ง หากต้องการเปลี่ยนเป็นเว็บอื่น หรือไม่ต้องการ ให้ Firefox เปิดหน้าใดใด ขึ้นมาเลยก็สามารถทำได้ โดยการคลิก Tools -----> Options . . . จะปรากฎหน้าต่าง Options ดังรูป

หากต้องการให้ Firefox เปิดแต่หน้าว่าง ๆ ขึ้นมา ให้เราปรับ ช่อง When Firefox starts เป็น Show a blank page แต่หากต้องการ ปรับให้ Firefox เปิดตามหน้าที่เราต้องการ ก็สามารถทำได้โดยการ เลือก ช่อง When Firefox starts เป็น Show my home page จากนั้นก็ป้อนที่อยู่เว็บ URL ในช่อง Home Page
วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ใบงานที่ 2
ใบงานที่ 2
เว็บเบราเซอร์ (Web browser) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงเว็บไซต์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นโปรแกรมสำหรับใช้
เล่นอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้เว็บไซต์ต่างๆ จะจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ เว็บเพจ (web page) ที่สร้างด้วยภาษา HTML (Hypertext Markup
Language)
เล่นอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้เว็บไซต์ต่างๆ จะจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ เว็บเพจ (web page) ที่สร้างด้วยภาษา HTML (Hypertext Markup
Language)
ข้อมูลทั้งหลายของเว็บเพจจะถูกเก็บไว้ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ (web server) เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า เวิลด์ไวด์เว็บ
(world wide web หรือ www.)
เว็บเบราเซอร์จึงเหมือนประตูเชื่อมต่อสู่โลกแห่งอินเตอร์เน็ต เวิลด์ไวด์เว็บต่างๆ ซึ่งวิธีการใช้งานนั้น ก็แค่กรอกชื่อเว็บไซต์ หรือ URL
(Uniform Resource Locators) ลงในช่องใส่ Address ของเบราเซอร์
| |
| สำหรับเว็บเพจธรรมดาที่โดยปกติมีนามสกุลของไฟล์เป็น htm หรือ html นั้น เมื่อเราใช้เว็บบราวเซอร์เปิดดูเว็บเพจใด เว็บเซิร์ฟเวอร์ก็จะส่งเว็บเพจนั้นกลับมายังบราวเซอร์ จากนั้นบราวเซอร์จะแสดงผลไปตามคำสั่งภาษา HTML (Hypertext Markup Language) ที่อยู่ในไฟล์ ์ จะเห็นได้ว่าเว็บเพจดังรูปเป็นเว็บเพจที่มีลักษณะ static กล่าวคือ ผู้ใช้จะพบกับเว็บเพจหน้าตาเดิมๆ ทุกครั้งจนกว่าผู้ดูแลเว็บจะทำการปรับปรุงเว็บเพจนั้น นี่คือข้อจำกัดอันมีต้นเหตุมาจากภาษา HTML ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้อธิบายหน้าตาของเว็บเพจ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ HTML สามารถกำหนดให้เว็บเพจมีหน้าตาอย่างที่เราต้องการได้ แต่ไม่ช่วยให้เว็บเพจมี "ความฉลาด" ได้ การสร้างเว็บเพจที่มีความฉลาดสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ การฝังสคริปต์หรือชุดคำสั่งที่ทำงานทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (server-side script) ไว้ในเว็บเพจ จากรูปเป็นการทำงานของเว็บเพจที่ฝังสคริปต์ภาษา PHP ไว้ (ขอเรียกว่า ไฟล์ PHP) เมื่อเว็บบราวเซอร์ร้องขอไฟล์ PHP ไฟล์ใด เว็บเซิร์ฟเวอร์จะเรียก PHP engine ขึ้นมาแปล (interpret) และประมวลผลคำสั่งที่อยู่ในไฟล์ PHP นั้น โดยอาจมีการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล หรือเขียนข้อมูลลงไปยังฐานข้อมูลด้วย หลังจากนั้นผลลัพธ์ในรูปแบบ HTML จะถูกส่งกลับไปยังบราวเซอร์ บราวเซอร์ก็จะแสดงผลตามคำสั่ง HTML ที่ได้รับมา ซึ่งย่อมไม่มีคำสั่ง PHP ใดๆ หลงเหลืออยู่ เนื่องจากถูกแปลและประมวลผลโดย PHP engine ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ไปหมดแล้ว ให้สังเกตว่าการทำงานของบราวเซอร์ในกรณีนี้ไม่ต่างจากกรณีของเว็บเพจธรรมดาที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้เลย เพราะสิ่งที่บราวเซอร์ต้องกระทำคือ การร้องขอไฟล์จากเว็บเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นก็รอรับผลลัพธ์กลับมาแล้วแสดงผล ความแตกต่างจริงๆ อยู่ที่การทำงานทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งกรณีหลังนี้ เว็บเพจที่เป็นไฟล์ PHP จะผ่านการประมวลผลก่อน แทนที่จะถูกส่งไปยังบราวเซอร์เลยทันที การฝังสคริปต์ PHP ไว้ในเว็บเพจ ช่วยให้เราสร้างเว็บเพจแบบ dynamic ได้ ซึ่งหมายถึงเว็บเพจที่มีเนื้อหาสาระและหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปได้ในแต่ละครั้งที่ผู้ใช้เปิดดู โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ เช่น ข้อมูลที่ผู้ใช้ส่งมาให้ หรือข้อมูลในฐานข้อมูล เป็นต้น | |
ตัวอย่างเว็บเบราเซอร์ |
firefox

Google Chloom
Safari
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















